(TH) [Interview] BUBKA 2015 October Issue

11988757_390922791100185_2834654302224548324_n


นานแล้วนะครับ/ค่ะประมาณ 1 ปีได้ กับการขึ้นหน้าปก
จูรินะ –
ตั้งแต่บาร์บีคิวเมื่อปีที่แล้วสินะคะ ได้ถ่ายทำด้วยการใส่เสื้อที่เขียนคำว่า BBQ ฉันอยากให้เรียก (มาถ่าย) อีกเยอะๆ เลยค่ะ

ก็เสนอไปหลายต่อหลายครั้งแล้วล่ะครับ/ค่ะ แต่ว่า จูรินะซังหน่ะไม่ว่าง เลยทำให้เข้ากับตารางงานไม่ได้เลยครับ/ค่ะ
จูรินะ –
แต่ว่า BUBKA ซัง เองก็มีความรักให้กับเอสเคอีมากเลยนะคะ ปรากฎตัวออกมาในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานจับมือเอย หรืออย่างที่สเตจไม่ใช่หรอคะ เพราะอย่างนั้น ไม่ได้รู้สึกเลยว่านานแล้วนะที่ไม่ได้พบกัน ว่าแต่ ในวันนี้จะคุยหัวข้อเรื่องอะไรกันดีหรอคะ?

หัวข้อที่จะพูดคุยกันในวันนี้คือ “ความรักใน SKE48” ครับ/ค่ะ ได้ยินมาว่าความรักที่มีต่อนาโกย่าของจูรินะซังมันมากจนดูผิดปกติ
จูรินะ –
ฉันรักมากสิคะ

เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่หรอครับ/ค่ะ
           จูรินะ – เริ่มจาก เป็นเพราะรุ่นที่ 7 กับเด็กดราฟรุ่นที่ 2 น่ารักเกินไปหน่ะสิคะ น่ารักมากจนฉันรู้สึกเจ็บแปร๊ปๆ

รักจนรู้สึกเจ็บปวดสินะครับ/ค่ะ (ขำ)
           จูรินะ – กว่าจะรู้สึกได้ถึงขนาดนี้ก็ผ่านอะไรมาเยอะแยะเหมือนกันค่ะ การที่ฉันช๊อคกับเรื่องที่(มัตสึอิ) เรนะจบการศึกษา มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับฉันมากพอดูเลยค่ะ ฉันรู้สึกเจ็บมากๆ มากจนฉันร้องเพลงไหนน้ำตาของฉันก็ไหลออกมาค่ะ เพราะมันเต็มไปด้วยความทรงจำมากมายยังไงหล่ะคะ “เนื้อเพลงที่แบ่งกันร้องส่วนนี้ เป็นส่วนที่เรนะจังเป็นคนร้อง แต่ว่าถ้าจบการศึกษาไป จะเป็นยังไงหล่ะทีนี้” พอคิดงั้นปุ๊ป น้ำตามันก็ไหลออกมา หรือไม่ก็ทำให้คิดว่า “ในส่วนเนื้อร้องตรงนี้ เรนะจังกับฉันเป็นคนเขียนขึ้นมารึป่าวน้า” เพลงของ SKE48 เนี่ย มันก็มีมากเลยทีเดียว กับเนื้อร้องที่เป็น “ดวงอาทิตย์” กับ “ดวงจันทร์” อย่างเช่น ในเพลง “Nagama no Uta” ตรงที่ร้องว่า “ออกเสียงดังๆให้เหมือนกับ ดวงอาทิตย์” กับ “ดวงจันทร์ที่เปล่งประกายนั้นเองก็ด้วย จงจบการศึกษาไปเพื่อวันพรุ่งนี้นะ” ถึงกับร้อง ห๊ะ ขึ้นมาเลยล่ะค่ะ ถึงจะถูกกล่าวขานกันมาว่า ฉันคือ ดวงอาทิตย์ ส่วนเรนะจังคือดวงจันทร์ก็ตาม สำหรับฉันหน่ะ “Oogoe” ไม่ใช่หรอคะ

ได้ยืนอยู่ตำแหน่งเซนเตอร์ในเพลง “Oogoe Daiyamondo” ในความเป็นจริงแล้วเสียงนั้นดังมากจริงๆ
จูรินะ –
แล้ว เรนะจังได้เขียนเพลงไปว่า “จงจบการศึกษาไปเพื่อวันพรุ่งนี้นะ” เนี่ย รู้สึกเหมือนกับ งื้อออออ…….. เพลง “Doubt!” เองก็เช่นเดียวกัน ท่อนที่ร้องว่า “ก็ชอบอยู่หรอกนะ แต่บอกความจริงไม่ได้ ทั้งๆที่มองความจริงนั้นออกทั้งหมด ” ก็เหมือนกันไม่ใช่หรอคะ สิ่งนั้นหน่ะจะบอกได้ว่า เป็นเรื่องของคนสองคน ระหว่างฉันกับเรนะจังไม่ใช่หรอคะ มันทำให้ฉันคิดได้ราวกับว่า เนื้อเพลงส่วนแรกเรนะจังได้เขียนโดยใส่ความรู้สึกมาถึงฉัน ส่วนท่อนที่ 2 ของเนื้อเพลง ฉันก็เขียนตามนั้นตอนที่ฉันคิดเรื่องเรนะจังจะจบการศึกษาค่ะ

เพราะว่าเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ในส่วนของเนื้อเพลงจะทำออกมาก่อน ถ้าลองเชื่อมเวลาดูมันแปลกๆอยู่นะครับ/ค่ะ แต่ว่าคงต้องคิดได้แบบนั้น
           จูรินะ – หลังจากที่ได้ยินว่าจะจบการศึกษา ก็มีแต่เรื่องแบบนั้นแหละค่ะ มันเชื่อมต่อกันทั้งหมดเลย
เพลง “Tsuyogaridokei” ฉันก็ร้องไห้ออกมาด้วยสะอย่างนั้น มีช่วงที่หันหน้าเข้าหากันกับเรนะจัง
เยอะเลยค่ะ แต่ว่าพอฉันคิดว่า “ถึงจะหันหน้าไปหา เรนะจังก็ไม่อยู่แล้ว……”

สิ่งนั้นหน่ะ เลยทำให้ช๊อคกับเรนะซังสินะครับ/ค่ะ
จูรินะ –
เพราะช๊อคมากเกินไป เลยตั้งใจว่าจะเลิกค่ะ

จนถึงขนาดต้องจบมันเลยหรอครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันเคยตั้งใจว่าจะจบการศึกษาเหมือนกัน ทั้งๆที่ฉันเองต้องเป็นคนที่ส่งรอยยิ้มแท้ๆ ฉันดันเอาแต่ร้องไห้ให้เห็นเป็นอย่างนั้นไป ฉันเคยร้องไห้ตั้งแต่เช้าจนถึงดึกๆในงานจับมือด้วย ฉันคิดว่าเป็นถึงขนาดนี้มันไม่ได้แล้วหล่ะ ถ้ายังอยู่ในสภาพนี้อีกต่อไปเรื่อยๆล่ะก็ฉันไม่อยู่ก็คงจะดีกว่านี้ไม่ใช่หรอกหรอ

ถูกไล่ต้อนให้จนมุมถึงขนาดนั้นเลยนะครับ/คะ เนี่ย
           จูรินะ – แฟนๆ ปฏิบัติกับฉันอย่างอ่อนโยน แต่ว่าความอ่อนโยนนั้นมันยิ่งทำให้ฉันเจ็บปวดเข้าไปอีก…….ถึงจะอย่างนั้น เด็กรุ่นที่ 7 กับเด็กดราฟรุ่นที่ 2 ก็เป็นคนช่วยดึงฉันที่เป็นได้ขนาดนั้นค่ะ! ขอบคุณนะ!

ยูอาสะซัง (ผู้จัดการเธียเตอร์ SKE48) ได้โพสคลิปลง แสดงว่าได้ไปดูสเตจวันแรกของ เด็กรุ่น 7 กับเด็กดราฟรุ่น 2 ใช่มั้ยครับ/ค่ะ
จูรินะ –
ก่อนหน้าสเตจวันแรกค่ะ นานๆที จะมีงานจับมือที่นาโกย่า งานจับมือจบแล้วพอฉันได้ไปสถานที่ซ้อม ก็คิดว่า (เด็กๆ) ไม่มีพาวเวอร์กันเลยค่ะ แล้วก็ไม่ได้ยินเรื่องดีๆ จากสต้าฟ หรือจากเมมเบอร์เลยซักคน ฉันเลยรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาค่ะ ฉันเองก็ได้ยินจากมากิโกะอีกหลายๆเรื่อง ซึ่งมันแย่ขนาดนั้นเชียวหรอ แบบนึฉันเลยบอกไปว่า ฉันคงต้องอยู่ต่อหล่ะ แล้วจะโชว์ความเป็น เอสเคอี48 ให้เห็นกันหน่อยล่ะ ในสเตจ “Party Ga Hajimaru yo” เพลงอื่นๆ นั้น มาจากเพลงของเอเคบี48 ฉันอยากจะเห็นเพลงที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อ SKE48 ค่ะ แต่ทว่าดูแล้วไม่น่าจะมีพาวเวอร์กันเลยจริงๆค่ะ วิธีการยกมือขึ้นก็ไม่พร้อมกัน ก็เลยตกอยู่ในสภาพที่ฉันเองต้องสอนตั้งแต่นับ 1 ใหม่ทั้งหมดค่ะ

นับ 1 ใหม่ทั้งหมดเลยหรอครับ/ค่ะ      
จูรินะ –
ฉันอยากจะให้เป็นเพอร์ฟอร์มแมนซ์ที่ดีที่สุด ด้วยเพลงที่ร้องจากตัวตนของพวกเราเองค่ะ ได้ทำส่วนของ “SKE48” ซึ่งใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง โดยให้ส่วนรายละเอียดของเสต็ปต่างๆเป็นศูนย์กลางค่ะ ฉันบอกไปว่า “เอาให้มุมตรงนี้ประสานกันแบบนี้สิ” “ต้องตั้งท่าโพสให้ดีกว่านี้อีก” “ควรดูสเตจ Party Ga Hajimaru yo ที่ทีมเอสเล่นนะ” เป็นต้นค่ะ

ไม่ได้ดูกันสินะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ไม่ได้ดูค่ะ เพราะอย่างนั้นเลยบอกไปว่า “เพราะมันไม่เหมือนกันเลย พวกเราเลยทำเหมือนปืนลั่นกัน” แต่ว่าฉันได้เห็นความตั้งใจที่อยากจะทำนะคะ ฉันเลยคิดว่ามันน่าเสียดายออก เด็กแค่ไม่รู้มุมที่จะปลดปล่อยพลังออกมาง่าย แล้วก็ไม่รู้ว่าวิธีการยกมือให้พร้อมกันแค่นั้นเองค่ะ เพราะงั้นฉันเลยจำเป็นต้องสอนให้เอง ฉันเข้าใจนะคะมันก็ต้องมีช่วงที่ต้องจดจำในระยะเวลาอันสั้นแค่นี้ แต่ว่า “ถ้าจำได้แล้วมันก็จะจบ” นะ

สเตจเคงคิวเซย์
แล้วในวันถัดไปที่เป็นวันแสดงจริงในวันนั้นล่ะครับ/คะ?

           จูรินะ – ดูทั่วๆไป ก่อนการแสดงจะเริ่มค่ะ หลังจากนั้นฉันต้องออกจากนาโกย่า เพราะมีงานที่โตเกียวต่อ ฉันก็ทั้งนั่งบนเก้าอี้แล้วดูบ้าง ทั้งยืนดูบ้างก็แล้วนะคะ…….แต่ถ้าให้พูดตามตรงฉันคิดว่ายังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลยค่ะ ทั้งความรู้สึก ทั้งท่าเต้น ฉันเลยรู้สึกกังวลขึ้นมา แต่ฉันรู้สึกถึงความตั้งใจที่อยากจะทำของแต่ละคนนะคะ แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวของตัวเองในแต่ละคนได้อย่างชัดเจน ทำให้คิดได้ว่านี่มันไม่ใช่ SKE48เลยน้า ฉันว่าดูเหมือน AKB48 มากกว่า หรือจะพูดได้ว่าฉันเห็นความเป็น ดาว ของแต่ละคนๆค่ะ

การเป็นตัวตนที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดีใช่มั้ยล่ะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ใช่ค่ะ การที่ต่างคนต่างก็เปล่งประกายนั้นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ว่าถ้าดูไม่สมกับเป็นเอสเคอี 48 แล้วล่ะก็ฉันก็ว่ามันไม่ค่อยดีนะคะ ที่นาโกย่าเนี่ยทำแบบนี้ไม่ได้เลยนะ ฉันคิดว่า “ที่นี่คือเธียเตอร์ SKE48 นะ!”

ก่อนแสดงจริง ก็มีการชี้แนะกันตรงนั้นเลยสินะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ในเพลง “Suka-to Hirari” ก็พากันกลับไปที่ห้องแต่งตัว สวมกระโปรงที่ไว้แสดงแล้วก็สอนให้ดูเลยว่า “นี่ไง ถ้าทำแบบนี้ก็จะเข้าใจได้ง่ายใช่มั้ย” “ทำแบบนี้ แล้วก็ โชว์ก้นออกมาแบบนี้!!” แล้วเด็กๆ เองก็ดูไปด้วยจดโน๊ตที่สมุดไปด้วยค่ะ พอเขียนเรื่องที่เป็นจุดที่น่าเป็นห่วงลงไป กลายเป็นว่าใช้ไป 1 หน้า ต่อ 1 เพลงเลยซะงั้นค่ะ (ขำ) ทั้งๆที่จะต้องรีบไปโตเกียวนะ แต่เพราะเป็นห่วงเลยไม่ได้กลับไปค่ะ (ขำ) เพราะไม่เคยที่จะได้นั่งดูตรงที่นั่งผู้ชม เลยได้เรียนรู้ที่จะได้เห็นพวกเราเอง แล้วก็ การพูดแคสแนะนำตัวนั้นสนุกสุดๆไปเลยค่ะ เพราะการที่ได้ทำร่วมกันกับทุกคนนั้นมีอยู่เยอะแยะมากมายยังไงล่ะคะ ฉันไปดูสเตจเคงคิวเซย์ตั้ง 3ครั้งแหน่ะ

นี่มันโอตะทูท๊อปหนิหน่า!!
           จูรินะ – สต๊าฟก็บอกค่ะว่า “เพราะฉันหน่ะ เป็น (โอตะ)To (ท๊อป)” ในครั้งที่ 2 ฉันไปแบบแอบๆค่ะ พอรู้ว่าฉันมาปุ๊ป ก็อาจจะมีเด็กที่พยายามอย่างเต็มที่ก็เป็นไปได้ กับคำว่ามือสมัครเล่นมันแตกต่างกันค่ะ มันมีความรู้สึกอะไรบางอย่างใช่มั้ยนะ ได้ฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่ใช่มั้ยล่ะ แต่ว่าก็ยังติดภาพที่แฟนๆ คอยช่วยเหลืออยู่ค่ะ ความร้อนแรงของแฟนๆ เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง มันน่าเจ็บใจจริงๆ ฉันก็คิดอยู่นะคะว่า ในสเตจทีม เอส ก็น่าจะช่วยกันเชียร์ออกเสียงกันด้วยสิ

5555555+ เพราะในสเตจเคงคิวเซย์มีคนที่ดูจริงจังมาสินะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – คนที่รู้ดีเกี่ยวกับสเตจ “ปาร์ตี้” จะต้องมาอย่างแน่นอน เพราะมีคนที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาจากสเตจทีมเอสก็ได้มาด้วย พอครั้งที่ 3 ฉันจำช่วงแนะนำตัวได้ เลยตะโกนออกไปว่า “คจจางงงงงง” เป็นชื่อที่อยากเรียกออกมามากที่สุดเลยค่ะ

ชิไร โคโตโนะ จากดราฟรุ่นที่ 2 สินะครับ/ค่ะ เป็นโอชิอันดับที่ 1 ของจูรินะซังหรอครับ/ค่ะ?
           จูรินะ – นั่นสินะคะ……เลือกไม่ได้เลยค่ะ…….ยังไงๆ ฉันก็เป็นฮาโกะโอชิค่ะ (เป็นโอชิทุกๆคน) เพราะทุกๆคนน่ารักยังไงล่ะ!!

นอกจากให้คำแนะนำ แล้วได้พูดคุยกันบ้างรึป่าวครับ/ค่ะ
           จูรินะ – คุยค่ะ จากฝั่งทางนู้นก็ยังเข้ามาหาฉันค่ะ แล้วก็เรียก “จูรินะซางงงง” ด้วย

ถ้าดูจากเคงคิวเซย์แล้วเนี่ย ทั้งๆที่ จูรินะซังเป็นรุ่นพี่ใหญ่สุด แต่ระยะระหว่างกันนี่ดูใกล้กันดีนะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ฉันกลายเป็นคุณแม่ไปแล้วค่ะ ประมาณว่า “วันนี้ก็มาด้วยหรอคะ!?” แล้วฉันก็ตอบไปว่า “มาเพื่อทุกๆคนยังไงล่ะ!”

ดูเป็นคนที่พึ่งพาได้ขนาดนั้นเลยนะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ในสเตจครั้งที่ 3 สภาพของ (โกโด) ราระดูแปลกๆ ไปค่ะ แบบเต้นไป ทำหน้าเหมือนหงอย ๆ ไป เหตุผลนั้นฉันรู้เลยทันทีค่ะ เพราะแรงกดดันจากการเข้ามาในเซมบัตสึมันมีมากหน่ะสิคะ ฉันก็ไม่อยากให้ยอมแพ้กับเจ้าสิ่งนั้นหรอกนะคะ   แต่ยังไงก็ต้องได้ออกไปขึ้นสเตจอยู่ดี แล้วเธอก็ดูสั่นๆ เพราะเห็นอย่างนั้นแล้ว ตอนหลังช่วงแนะนำตัวจบ แล้วกลับเข้ามาที่หลังเวที ฉันก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีเลยค่ะ พอทำแบบนั้นปุ๊ป (ราระ) ก็เดินมาอยู่ข้างๆ แล้วเรียกฉัน “จูรินะซางงงงง!”ด้วย แล้วฉันก็ตกอยู่ในสภาพเมเนเจอร์เคงคิวเซย์ไปเลย แบบนั้นค่ะ(ขำ)

จะเคงนินกับเคงคิวด้วยมั้ยครับ/คะ (ขำ)
           จูรินะ – จะเป็นทั้ง เมเนเจอร์ ทั้งครูสอนเต้น แล้วก็ทั้งคอยแนะนำให้ค่ะ! เพราะจะได้ร่วมกันได้ยังไงล่ะคะ “โอเค จัดให้เป็นที่เป็นทางด้วย” อะไรประมาณนี้

ถึงขนาดนั้นเลยหรอครับ/คะ !
           จูรินะ – เพราะว่าถ้าตัวเองไม่เป็นคนนำปุ๊ป ก็จะถูกคิดว่าเป็นรุ่นพี่ที่น่ารังเกียจค่ะ ถ้าฉันไม่เริ่มจัดระเบียบล่ะก็ เด็กๆเคงคิวเซย์ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วบอกว่า “แบบนี้ต้องให้จูรินะซังเป็นคนทำแล้วล่ะ” ไม่ใช่หรอคะ เพราะอย่างนั้นแล้วได้ฝึกการเป็นแม่คนได้นี่ฉันดีใจจังเลย (ขำ) ฉันคิดว่าฉันได้พยายามเพื่อเด็กๆเหล่านี้ได้บ้างก็ดีค่ะ

เมื่อก่อนเคยมีความรู้สึกถึงขนาดนั้นมั้ยครับ/คะ
           จูรินะ – จะบอกว่ามีมันก็มีนะคะ แต่ว่าในตอนนั้น ฉันไม่มีความยืดหยุ่นในตัวเองเลยค่ะ จะบอกได้ว่าฉันหน่ะ ต้องจำท่าเต้นให้ได้ทั้งหมดนะ ฉันก็มีเรื่องที่จะต้องไปถ่ายทำที่นู้นที่นี่บ้าง พอมาถึงตอนนี้ ฉันเลยไปดูการซ้อมของเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ดูค่ะ แต่ทว่า เด็กรุ่น 7 ในครั้งนี้เนี่ย มีสเตจในวันที่ฉันมีงานที่ทำในนาโกย่าพอดี ฉันเลยคิดว่า นี่แหล่ะ ฉันต้องแนะนำอะไรให้สักอย่างแล้วสิ พองานฉันเสร็จ ก็แบบ “อ่า เหนื่อยจังเลยน้า เอาล่ะ ไปดูสเตจเคงคิว เพิ่มพลังเอาดีกว่า!” ซึ่งสิ่งนั้นแหละ คืองานของไอดอลยังไงล่ะคะ ซึ่งฉันก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาจริงๆว่า “นี่คือสิ่งที่แฟนๆ คอยบอกกับฉันเรื่องนี้เสมอๆ” คิดได้ประมาณว่า เพราะว่าน่ารักไง (ขำ) จะทำอะไรก็น่ารัก ถึงจะไม่ได้เต้นก็ยังน่ารัก (ขำ)

นั่นมันบั้นปลายชีวิตของไอดอลแล้วนะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ใช่ค่ะ ฉันก็ตั้งใจว่าจะไปต่อแถวที่งานจับมือสักหน่อย (ขำ) ฉันอยากจะให้คำแนะนำว่า “ในส่วนนี้ของเพลงนั้นอ่ะ ทำแบบนี้นะ” ให้กับทีละคนๆค่ะ

ก็ยังมีแฟนๆที่หัวโบราณแบบนั้น อยู่ด้วยสินะครับ/ค่ะ (ขำ)
จูรินะ
– ก็นะคะ ในวันนั้นคงจะไปซื้อบัตรจับมืออยู่ละค่ะ (ขำ) แล้วถ้ามีความเป็น SKE48 บวกความน่ารักนั้นไปแล้วล่ะก็ จะสุดยอดมากกว่านี้อีกค่ะ แล้วถ้าได้เต้นอย่างบ้าคลั้งจนเหงื่ออาบล่ะก็ เด็กๆเคงคิวเซย์ก็จะเป็นสิ่งที่ฉันคอยดูแลเลี้ยงดูมาเองไงละคะ!

ความรักใน SKE48
เด็กดราฟ รุ่นที่ 2 ที่ได้ขึ้นสเตจพร้อมๆกับเด็กรุ่นที่ 7 นั้น เวลาเลือกเมมเบอร์ใช้มุมมองอะไรในการตัดสินคัดเลือก ในงาน “ประชุมดราฟ ครั้งที่ 2” กันครับ/ค่ะ
จูรินะ
– พวกเราได้คุยกันทั้ง 3 ทีมว่า “ยังไงก็ต้องเล็งไปที่เด็กที่อยากจะเก็บไว้ค่ะ” ถ้าพูดถึงเด็กที่อยากจะขอเก็บมาไว้ล่ะก็ ก็ต้องเป็น มิซุโนะ ไอริจังค่ะ ใน SKE48 จำเป็นต้องมีเด็กที่ “ใครๆดูแล้วก็จะบอกว่าน่ารัก”

เพราะว่าการคัดเลือกจาก AKB48ทีมเค SKE48 ทีมเคทู และทีมอี ต่างก็จับตามองกัน ผลของการสุ่มคัดเลือก ทีมเคทูก็ได้คว้าตัวเธอไป
จูรินะ –
ก่อนหน้านี้ทีมเอสก็เปลี่ยนมาเป็น อุเอมูระ อายูมิจังค่ะ เพราะ (มิยาซาว่า) ซาเอะจังหน่ะ ชอบเธอเอามากๆ ในทีมเอส นอกจาก ยามาดะ จูนะ ก็ไม่ค่อยมีเด็กที่ดูตัวเล็กๆ แล้วล่ะค่ะ พวกเราก็สนใจในตัว อิชิกิ (เรย์นะ) จัง ฉันคิดว่าเธอทั้งสวยแล้วก็มีสไตล์ค่ะ ถึงจะเต้นไม่ได้เลยก็เถอะนะ(ขำ) เลือกวนไปมาสองรอบได้ แต่ว่า ฉํนคิดว่าเธอน่ารักนะ ถึงฉันจะเกลียดคนที่เต้นไม่ได้ก็ตามนะ

เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วครับ/ค่ะ
           จูรินะ – แต่ว่า อิชิกิจังหน่ะถึงจะเต้นไม่ได้ฉันก็อภัยให้ค่ะ ก็คิดว่าคนนี้นี่แหละเลือกเลย

สิ่งนั้น เหมือนกับเสน่ห์ของ ทาไค ซึกินะซัง (จบการศึกษา) สินะครับ/ค่ะ
จูรินะ
– ใช่ค่ะ ก็ไม่รู้ว่าพอฉันเป็นผู้ใหญ่ก็จะให้อภัยถึงแม้ว่าจะเต้นไม่ได้หน่ะคะ

สำหรับ SKE48 ที่เลือกมาทั้ง 5 คนนี้ เรียงอายุกันดีๆ แล้วล่ะก็เป็นเกณฑ์อายุที่ต่ำมากเลยนะ ทุกคนเกิดตั้งแต่ ปี 2000 ขึ้นไปกันทั้งนั้นเลย
จูรินะ –
ตรงนั้นฉันไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่เลยค่ะ ฉันคิดว่าเป็นเด็กประมาณมอปลายก็คงจะดี แต่ว่าทุกคนบอกว่า ขอเด็กๆ หน่อย ฉันเลยบอกว่า “งั้น ยกให้เลย” แล้วก็เอามาได้ตามที่หวังกัน เพราะมันยากที่เลือกได้ เลยกลายเป็นสุ่มเลือกแทน ก็เพราะชนะติดต่อกัน เลยเอาชนะมาได้ เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่เลยนะคะ!

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าในตัวจูรินะซังเต็มไปด้วยความรัก ที่มีต่อ SKE48…..
           จูรินะ – ใช่ค่ะ ตั้งแต่ งานประชุมดราฟครั้งนั้น สิ่งนั้นก็ “หลั่งไหล”เข้ามาค่ะ พอทำอย่างนั้นปุ๊ป ในงานเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน เอสเคอี48 เลยเป็นตัวเต็งไงล่ะคะ

พอคิดว่า 27 คนที่ติดอันดับ เป็นครั้งแรกที่จำนวนคนที่ติดอันดับเหนือกว่าเอเคบี48 หลังจากงานเลือกตั้งนั้นไม่นาน เรนะซังก็ประกาศจบการศึกษา
จูรินะ
– อารมณ์นั้นพุ่งสูงขึ้นแล้วก็ดำดิ่งลงมาทันทีเลยค่ะ ก็รู้อยู่แล้วนะคะว่าอีกไม่นานก็จะเป็นแบบนั้น ดูจากคำพูดและท่าทางของเรนะจังหน่ะ พอพูดกับ (โอยะ)มาซานะว่า “ฉันว่าใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ” เธอก็บอกทันทีว่า “ไม่ขนาดนั้นสักหน่อย ฉันไปถามเรนะจังมาแล้ว เธอบอกว่ายังๆ อ่ะ”

ดูชิลๆ เจ๋งดีนะครับ/ค่ะ (ขำ)
           จูรินะ – มาซานะเองก็โกรธใหญ่เลยค่ะ เธอบอกว่า “โดนโกหกสะแล้ว!” (ขำ) ส่วนฉันรู้ตอนก่อนหน้านี้   แป้ปนึง มีบทความจบการศึกษาของเรนะจังในหนังสือพิมพ์รายวัน Supo-tsu ค่ะ เลยเล่น ไลน์กรุ๊ป อิคิมุจิ (รุ่นที่ 1 มี 5 คน = ดับเบิ้ลมัตสึอิ โอยะ นากานิชิ ยูกะ ซาโต้ มินาโกะ) กันตอนประมาณตี 5 ได้ค่ะ หลังจากนั้นเลยรีบโทรหาเรนะจังทันทีเลย ฉันเองก็ทั้งโกรธไปร้องไห้ไปค่ะ “บอกให้เร็วกว่านี้สิ! แล้วทำไมไม่บอกกันมั้งเลยล่ะ! แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้? เลิกเถอะนะ ไม่เอาอ่ะแบบนี้” พอฉันพูดแบบนี้เรนะเลยพูดกลับมาว่า “งั้น (จบการศึกษา)จะให้เลิกเลยมั้ยล่ะ” ฉันก็ “ไม่ใช่นะ…..” ประมาณนี้ค่ะ ไม่เข้าใจเหตุผลขึ้นมาเลยค่ะ เธอก็บอกนะคะว่า “มีมาซานะอยู่นะ ไม่เป็นไรหรอก” แต่ว่า “สิ่งนั้นกับสิ่งนี้มันต่างกันนะ!”

กลายเป็นว่ารุ่นที่ 1 ที่เหลืออยู่ตอนนี้ มี 2 คนสินะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ใช่แล้วค่ะ แต่ว่าถ้าหากก้าวข้ามความเสียใจนี้ได้ล่ะก็ ฉันคิดว่าไม่อะไรที่มากไปกว่านี้อีกแล้วค่ะ เหลือแต่จบการศึกษาของทากามินะซัง (ทาคาฮาชิ มินามิ) เท่านั้นละคะ แต่ว่าเรนะจังกับทากามินะซังเนี่ย ภูเขาลูกนี้ช่างใหญ่จริงๆ น้า…..แต่ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ล่ะก็ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ! ก็เหลือแต่การจบการศึกของตัวเองเท่านั้นค่ะ (ขำ)

ราระ และตนเองในอดีต
เรนะซังนี่อยู่ข้างๆ บนเวทีตลอดเลยใช่มั้ยครับ/คะ
           จูรินะ – ฉันคิดว่าไม่มีใครสามารถมาแทนที่ตรงนั้นได้ค่ะ ถึงเวลาที่คนอื่นหรือใครก็
ตามที่เข้ามา ยังไงๆ ก็ไม่เหมือนกันค่ะ

ถึงจะพูดแบบนั้น ยังไงๆสะก็ต้องมีใครสักคนเข้ามาอยู่ดี มีเมมเบอร์ที่คาดหวังไว้มั้งมั้ยครับ/คะ
จูรินะ
– หากฉันพูดเรื่องนั้นไป ก็กลายเป็นว่าฉันเป็นคนตัดสินใจเอง เพราะงั้นฉันขอ
ไม่พูดค่ะ แต่ว่าก็มีเด็กที่มีความร้อนแรงอยู่เยอะแยะมากมายเลยค่ะ ถ้าพูดถึง
รุ่น 4 ขึ้นไปล่ะก็ (คิโมโตะ) คาน่อนนี่แหละที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดที่
อยากจะทำ ถ้ารุ่นที่ 5 ก็คงจะเป็น (ฟุรุฮาตะ)นาโอะจัง ส่วนรุ่นที่ 6 ก็คุมะจังค่ะ
ฉันจดเอาไว้ในมือถือหมดแล้วค่ะ

สร้างลิสเมมเบอร์ที่ดูมีความร้อนแรงเอาไว้ด้วยหรอครับ/ค่ะ (ขำ) วิธีการสร้างความฮึกเหิมนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับการจบการศึกษาของเรนะซังรึป่าวครับ/คะ
จูรินะ
– ฉันว่าเกี่ยวนะคะ พวกเด็กได้บอกไว้ว่า “ตัวเองนั้นอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อ SKE48” “ฉันทำอะไรได้บ้างคะ? เพื่อ SKE48 แล้วจะต้องทำอย่างไรดี?”

การที่รู้ถึงความรู้สึกของพวกเธอนั้นได้ มีการพูดคุยกันตรงๆ แล้วสินะครับ/คะ
           จูรินะ – ค่ะ ทำเหมือนกับที่ทากามินะได้ทำค่ะ ได้พูดคุยกันตัวต่อตัว ถ้าไม่อย่างนั้นปุ๊ป
ฉันคิดว่ามันออกจะพูดยากนะคะ ก็มีเด็กที่ไม่ยอมพูดก็มีนะคะหากมีเมมเบอร์
อื่นอยู่ล่ะก็

ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย? หรืออะไรแบบนั้นล่ะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – กับนาโอะจังละก็เมื่อวานก่อนเพิ่งไปกันมาเองค่ะ ส่วนคาน่อน ในช่วงที่กำลังถ่ายทำเอมวี “Mae no meri” ก็มองทะเลของโอกินาว่าไปพลางแล้วก็พูดคุยกันไปพลางค่ะ สำหรับคาโอตันนั้น พอได้มาที่ห้องในโรงแรมแล้วก็ได้พูดคุยกันทำให้ระยะห่างระหว่างเรานั้นได้หดสั้นลงค่ะ เพราะคาโอตันได้เข้ามาเป็นเซมบัตสึของ AKB48 ในซิง “Halloween night” เลยได้ถามดูว่า “รู้สึกยังไงหรอ กังวลรึป่าว?” เพราะระยะห่างหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉันคิดได้ว่าทุกๆ คนนี่น่ารักมากจริงๆ

คาโอตันด้วยหรอครับ/คะ
           จูรินะ – คาโอตันน่ารักนะคะ! เป็นคนที่ดีมากๆ เลยค่ะ ฉันเข้าใจความรู้สึกแฟนๆ ของคาโอตันเลยล่ะ ผ่านไปอาทิตย์เดียวก็ทำให้มองว่าว่าน่ารักได้นะคะ

อาจจะอีกหลายๆ อาทิตย์เลยก็ได้ครับ/ค่ะ(ขำ) แล้วคุยเรื่องอะไรกับทุกๆคนครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ทั้งสองคนถูกถอดออกจากการควบทีมไม่ใช่หรอคะ พอเป็นอย่างนั้นปุ๊ป
ฉันคิดว่าความคิดที่มีต่อ SKE48 นั้นแข็งแกร่งมากกว่าเดิมค่ะ ก็ได้พูดคุยกับ
นาโอะจังในช่วงที่อยู่ทีม เค ด้วยกัน ส่วนคาน่อนนั้นในเพลง “Mae no meri”
อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยดี เพราะอย่างนั้นเลยน่าเป็นห่วงค่ะ ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้
พูดอะไรก็เถอะนะแต่ฉันหน่ะเข้าใจความรู้สึกเธอค่ะ

นั่นสินะครับ/คะ เพราะทั้งๆ ที่ โกโด ราระซัง เป็นเด็กรุ่น 7 แท้ๆ ในครั้งนี้ได้อยู่ในตำแหน่งที่ 3 (แถว 2)
           จูรินะ – ฉันคิดว่าราระหน่ะ ดูเจ็บปวดนะคะ ฉันมีเรื่องจะขอร้องทุกๆ คนค่ะ ฉันอยากให้ใจดีกับราระ! แล้วก็อย่าทำให้ราระต้องร้องไห้ด้วย ดูเหมือนว่าน้องจะถูกเมินตอนที่ออกมาส่งในสเตจค่ะ เพราะอย่างนั้นเลยไม่ยอมยิ้มบนเวทีอีกเลยสำหรับราระหน่ะฉันจะคอยปกป้องเองค่ะ!

มาทำอะไรกับเด็กมอต้นที่เพิ่งเข้ามาหล่ะเนี่ยครับ/ค่ะ
จูรินะ
– หลังสเตจจบ มันเป็นเพราะเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลาจริงๆนะคะ! พอบอกว่า “ฉันเข้าใจนะว่าอยากจะพูดอะไร” ปุ๊ปก็ทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ ค่ะ ฉันเลยคอยพยุงพาไปด้านหลังเวทีแล้วก็พูดไปด้วยว่า “อย่าร้องไห้ต่อหน้าทุกคนนะ” เพราะนี่เป็นเรื่องที่ฉันเคยได้รับประสบการณ์แบบเดียวกันในสมัยก่อนเลยค่ะ

เหมือนกับว่า เป็น มัตสึอิ จูรินะ ในปี 2008 เลยนะครับ/คะเนี่ย
           จูรินะ – ฉันคิดว่าแฟนๆ เอสเคอี48 ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วค่ะ ตอนที่ฉันได้ยืนตำแหน่ง เซนเตอร์ในเพลง “โอโกเอ ไดยามอนโดะ” ของ AKB48 นั้นแฟนๆ จากนาโกย่านั้น ได้บอกกับฉันอย่างอ่อนโยนว่า “คอยสนับสนุนอยู่นะ” และคอยปกป้องฉันด้วย อย่างตอนที่คาน่อนที่ถูกรับเลือกเป็นเซมบัตสึในเพลง “1 2 3 4 Yoroshiku” เองก็ด้วย ก็ไม่ได้รุนแรงอะไรแบบนั้นเลยค่ะในทางกลับกัน กลายเป็นบรรยากาศแบบ “ไปเลย สู้ๆ !” ไป ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นมาก่อน แต่ทำไมครั้งนี้ทีราระได้เข้ามาเป็นเซมบัตสึ ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้….. เข้มงวดกันขึ้นมามากเลยสินะคะ ฉันอยากจะให้คอยปกป้องเอาไว้ค่ะเพราะราระไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ถ้าอยากจะบ่นล่ะก็ ไปบ่นกับผู้ใหญ่นู้นเลยค่ะถ้าหากน้องเค้าเลิกกลางคันล่ะก็ จะแย่เอานะคะ

เพราะว่าเธอมีความสามารถรอบตัวสินะครับ/คะ
จูรินะ
– ถูกต้องแล้วค่ะ พูดภาษาอังกฤษก็คล่อง แถมยังเล่นกอล์ฟได้อีกต่างหาก ราระหน่ะ เป็นคนสำคัญใน SKE48 นะคะ เวลาพักในรายการเพลงนั้น เราสองคนได้ซ้อมเพลง “Mae no meri” กันแค่ สองคน ใช้เวลาไป 2ชั่วโมงแหนะ

ตั้ง 2 ชั่วโมงเชียว!
           จูรินะ – เอนตัวไปข้างหน้าตั้งสองชั่วโมงแหนะ (ขำ) [Note : น้องเล่นดาจาเระ ปกติคำว่า มาเอะ โนะ เมะริจะแปลว่าการเอนตัวหรือโน้มตัวไปข้างหน้าค่ะ] เป็นเด็กที่ไม่เกี่ยงที่จะทำเลยค่ะ “ฉันจะทำต่อค่ะ!” “วันนี้จะช่วยสอนให้ฉันได้หรือป่าวคะ” หรือจุดที่เธอมาบอกกับฉันว่า “สำหรับจูรินะซังแล้วไม่ว่าจะเรื่องอะไรฉันจะบอกค่ะ” ดูน่ารักจริงๆ น่าสงสารนะคะที่พอฉันได้ฟังที่น้องเล่าให้ฟังแล้ว น้องก็น้ำตาไหลออกมาเลย

หากเธอดูเหมือน มัตสึอิ จูรินะในปี 2008 แล้วล่ะก็ ในตอนนี้เองจูรินะซังก็เหมือน ชิโนดะ มาริโกะซังสินะคครับ/คะ
จูรินะ
– อย่างนั้นหรอคะ ความรู้สึกของมาริจังเองจะเหมือนกับฉันรึป่าวนะ เพราะมาริจังหน่ะเข้ามาในทีม เอ หลังคนอื่นเค้า ในฐานะที่เป็นรุ่นที่ 1.5 เป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของคนที่เข้าไปอยู่ในท่ามกลางรุ่นพี่สินะคะ

ใช่ครับ/ค่ะ พอเป็นแบบนี้แล้วได้เชื่อมต่อประวัติศาสตร์เอาไว้เลย
           จูรินะ – แย่ล่ะ…..อยากจะร้องไห้ขึ้นมาเลย………….ถึงแม้ตอนนี้เองมาริจังก็คอยเป็นห่วงเป็นใยฉันเสมอ ให้ความรู้สึกเหมือนพี่สาวที่ใจดี ถ้ามาริจังเป็นพี่สาวแล้วล่ะก็ เรนะจังคงเป็นแฟนสาวค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนตอนแยกทางกับแฟนสาวอะค่ะ

มาพูดเรื่องแยกทางกับคนที่จบการศึกษาไปแล้วสะงั้น (ขำ)

หัวข้อในตอนนี้คือ การกลับสู่จุดกำเนิด
           จูรินะ – ฉันคิดว่า มันอาจจะเป็นความรักที่มีต่อเรนะจังมาตลอดเลยก็ได้นะคะ แต่ว่าพอรู้ว่าเรนะจังจบการศึกษา เพราะเธอบอกกับฉัน ตอนที่โทรหากันว่า “ไปกินข้าวด้วยกันแบบส่วนตัวกันเยอะๆเลยนะ” ฉันรู้สึกสนุกขึ้นมาค่ะ ฉันอยากไปเที่ยวโอกินาวากับเรนะจังค่ะ เพราะเธอไม่ได้ไปกับ อิคิมุจิหน่ะสิคะ

ปีใหม่ในปีนี้ อิคิมุจิอุส่าห์ได้ไปโอกินาวากัน แต่ก็มีแค่เรนะซังที่ติดงานส่วนตัวเลยไปไม่ได้สินะครับ/คะ
จูรินะ
– เหงามากเลยค่ะ………แต่ว่าฉันหาคนรักใหม่ได้แล้วนะคะ!

เร็วจังเลยนะครับ/ค่ะ
           จูรินะ – ฉันเจอเจ้าชายด้วยหล่ะ! ทั้งเท่แล้วก็ใจดีอีกด้วย!

ใครกันครับ/คะ?
           จูรินะ – ซาเอะซามะค่ะ (ขำ) เราสองคนได้ร้องเพลง “Houkago Re-su” ด้วยกันบนเวทีในทัวร์คอนทีมเอสค่ะ จากนั้น ในตอนที่เดินลงมาซาเอะจังก็ยื่นมือมาที่ฉันด้วยค่ะ! เท่เกินไปจนฉันคิดว่าจะทำยังไงดีน้า ใจเต้นตึกตักๆ ใหญ่เลยค่ะ (ขำ)

ได้ทำถึงขนาดนั้นด้วยหรอครับ/คะ?
จูรินะ
– ตอนที่เรนะจังตัดสินในจบการศึกษา ซาเอะจังเค้ารู้สึกได้ว่าฉันนั้นรู้สึกเหงาขึ้นมาค่ะ พอฉันบอกว่า “เหงาจังเลย” ซาเอะจังก็เดินเข้าใกล้ๆ เลยค่ะ ในตอน“โอโกเอ” ก็ช่วยฉันไว้ด้วย ตอนนั้นเองที่เข้ามาควบทีมเค ก็ช่วยสอนฉันในอะไรหลายๆอย่างอีกด้วย ทำแบบนั้นแล้วจนถึงตอนนี้เองฉันก็ถูกซาเอะจังช่วยเอาไว้ตลอดเลยค่ะ ถึงแม้ตอนนี้เองเธอก็ยังทำแบบนั้น ยื่นมือเข้ามาช่วยอยู่ตลอดค่ะ ช่วงนี้เลย แสดงความรักกับซาเอะจังอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็ใส่นาฬิกาคู่กันค่ะ ฉันก็คิดว่าจะให้ใครสักคน ก็เลยซื้อนาฬิกามา 2 เรือนค่ะ พอตั้งใจว่าจะให้ซาเอะจังแต่บังเอิญว่าเธอก็ใส่มาเหมือนกัน ฉันเลยบอกว่า “นี่มันพรหมลิขิตหนิ” (ขำ) สุดท้าย อีกเรือนนึงเลยยกให้พารุรุแทนค่ะ แต่นี่ไม่ใช่บังเอิญหรืออะไรนะคะ ฉันตั้งใจเลยล่ะ และฉันจะตั้งใจดูแผ่นหลังของซาเอะจังพร้อมๆ กับเรียนรู้ไปด้วยค่ะ

ได้พูดคุยเกี่ยวกับ SKE48 กับมิยาซาวะซังบ้างมั้ย?
           จูรินะ – มีค่ะ เธอได้คิดวางแผนให้ค่ะ เช่น “เพลงนี้คิดว่าจะร้องยังไงให้ออกมาดี?” “AKB48ทำแบบนี้นะ ถ้าเอสเคอี48จะทำแบบนี้ก็ดีไม่ใช่หรอ” เพราะว่ายังไงๆเธอก็มีประสบการณ์ในเอเคบี48มาก่อน ก็เลยมีไอเดียออกมาบ่อยๆค่ะ เป็นคนที่พึ่งพาได้จริงๆค่ะ บางครั้งก็โกรธขึ้นมาด้วย

โกรธจูรินะซัง?
           จูรินะ – ใช่ค่ะ ฉันถูกโกรธว่า “ร้องไห้เยอะเกินไปแล้วนะ” แถมโดนบอกอีกว่า “ถ้าร้องไห้ออกมาทุกๆครั้งแบบนี้ล่ะก็ เรนะจังจะเป็นห่วงเอานะ!” ฉันเลยตอบกลับไปว่า “งั้นซาเอะจังก็มาอยู่ใกล้ๆฉันสิ” ซึ่งฉันเองในที่สุดก็ดูสมกับเป็นเด็กผู้หญิงได้สักที ก็เลยรู้สึกดีใจจัง พอฉันอยู่ในเอสเคอี48 จะยังไงก็ตามฉันก็กลายเป็นว่าดูเป็นเด็กผู้ชายไปเลยค่ะ

ก็เป็นความคิดที่จะผลักดันเลยถูกให้ทำแบบนั้นสินะครับ/คะ เรนะจังจบการศึกษาในวันที่เล่มนี้ออกจำหน่ายนะครับ/คะ

           จูรินะ – เพราะว่าเป็นสเตจทีมอียังไงล่ะคะ ในวันสุดท้ายฉันก็อยากจะอยู่ตรงกลาง
หน้าสุดค่ะ! ก็คิดว่าจะไปขอร้องด้งจังให้ช่วยสอนวิธีเอาตั๋วสเตจดีมั้ยน้อ?

เพราะรักจูรินะซังมากๆ คิดว่าคงช่วยอย่างเต็มที่สุดแรงเกิดแน่นอนครับ/ค่ะ (ขำ) แล้วก็ก่อนหน้านั้นก็มีคอนเสิรต์จลการศึกษาของเรนะซังที่ Toyota Stadium
           จูรินะ – ในที่นั้นฉันคงเฉาตายไปรอบนึงแน่เลยค่ะ เหี่ยวปุ๊ปก็ย้อนกลับไปที่ศูนย์ใหม่

หมายความว่า?
           จูรินะ – นาโกย่าค่ะ จะฟื้นคืนกลับไปที่จุดกำเนิด ฉันจะกินแต่น้ำส้มค่ะ! เพราะสีมันเป็นสีส้มยังไงละคะ!

เป็นสีของ SKE48 (ขำ) จะว่าไปแล้วชุดไปรเวทวันนี้ก็เป็นสีส้มสินะครับ/คะเนี่ย
จูรินะ
– ใช่แล้วค่ะ มารู้ตัวอีกทีก็เลือกแต่สีส้มค่ะ แท่งไฟเองจะเลือกเป็นสีส้มสักแท่งดีมั้ยน้า? ฉันก็คิดว่าอยู่ว่าสีของเรนะจังเองก็จะให้เป็นสีแค่สีเดียวดีมั้ย แต่ว่ามันอาจจะดูเกินไปหน่อย ตอนนี้ฉันก็เลยนั่งคิดดูอยู่ค่ะ

ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยความรู้สึกขนาดนี้เองก็ไม่ได้คิดว่าจะมุ่งไปสู่นาโกย่าได้
จูรินะ
– ใช่ค่ะ เพราะอย่างนั้น ก็เลยบอกไปว่า “ฉันกับมาซานะอยากที่จะทำรายการที่ดูเหมือนได้ค้นพบคนใหม่ๆ บ้างค่ะ”

รู้สึกได้ถึงแบบว่าอยากจะพบแค่เด็กรุ่น 7 อย่างไรอย่างนั้น (ขำ)
           จูรินะ – ก็ใช้งานเพื่อที่จะได้คุยกันยังไงคะ (ขำ) ในช่วงนี้ยูอาสะซังเองก็กลับมาแล้วด้วย ไม่มีอะไรให้กลัวอีกต่อไปแล้วค่ะ ฉันไม่เคยเห็นใครที่มีความรักที่แข็งแกร่งต่อเอสเคอี48 เท่ายูอาสะซังมาก่อนเลยค่ะ ยูอาสะซังก็มีจุดที่คิดไวทำไวเกินไปบ้าง แต่ว่าสิ่งนั้นทำเพื่อก้าวไปข้างหน้าค่ะ หมายถึงความรู้สึกที่อยากจะวิ่งไปข้างหน้าให้ถึงปลายทางนั่นเองค่ะ ยูอาสะหน่ะทำงานมากกว่าฉันเสียอีก ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้น ก็ใช้เวลายุ่งๆ เพื่อมาพบฉันในสถานที่ๆฉันอยู่อย่าง โตเกียว นาโกย่า โตเกียว นีกาตะ โตเกียว ไต้หวัน ตารางงานขนาดนั้นเลยนะคะ ทำงานเพื่อ SKE48 จริงๆ ค่ะ คนเราเนี่ยถ้าเพื่อสิ่งที่ตนเองชอบแล้วล่ะก็ ฉันคิดว่าก็ต้องทำงานได้ขนาดนี้แหละ ฉันเองก็อยากจะพยายามเพื่อสิ่งที่ฉันชอบเช่นเดียวกันค่ะ ตอนนี้ฉันจะไม่หลอกความรู้สึกตัวเองอีกต่อไปค่ะ ฉันอยากจะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดค่ะ

นั่นคือ ช่วยสอนรุ่นน้อง?
           จูรินะ – ใช่แล้วค่ะ เพราะฉันรู้สึกได้ว่าแค่สิ่งนั้นคือสิ่งที่ฉันต้องการค่ะ รุ่นที่ 7 คืออนาคตค่ะ อยากจะมอบของขวัญ “Mirai To Wa” ให้กับรุ่นที่ 7 และเด็กดราฟจังเลยน้า ก็เพราะว่าน่ารักยังไงล่ะ จะให้ “Sansei Kawaii” ด้วย (ขำ)

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ตาม แต่ก็มีงานในฐานที่เป็นเซมบุตสึใน เอเคบี 48 ด้วยสินะครับ/คะ
           จูรินะ – ถ้าอันนั้นเนี่ย ฉันทำได้ค่ะ เพราะคอยแบกรับเอสเคอี48 เอาไว้อยู่ งานในเพลง “Halloween Night” ก็มีชูริจัง คาโอตัน แล้วก็ซาเอะอยู่ด้วยช่วยได้เยอะเลยค่ะ

ก็เป็นห่วงเรื่องของจูรินะซังใน 1 เดือนนี้ แต่ดูท่าไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงนะครับ/คะ
จูรินะ
– ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรอกค่า !


 

Posted in All Posts, Interview, Thai Translation.

Leave a Reply

Your email address will not be published.