(TH) [Interview] Marutto SKE48 Special – Matsui Jurina

ibqvpInvkaTgEb url

                      “มีเด็กผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เธอจะกลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงอย่างแน่นอน”

เด็กผู้หญิงวัยประถม 6 คนนี้ใฝ่ฝันเสมอที่อยากจะเป็นนักร้อง “สำหรับฉันแล้ว รากฐานธุรกิจอยู่ที่โตเกียว แต่ SKE48 ฉันจะสามารถอยู่ใกล้บ้านได้ มันเป็นเหตุผลที่ฉันเลือก SKE”

ในตอนออดิชั่นรอบสุดท้าย (ร้องเพลง) เผอิญเพลงที่จูรินะเลือกไม่มีในเครื่องคาราโอเกะ จึงทำให้ต้องเลือกเพลงใหม่แล้วโดนเปลี่ยนคิวไปเป็นคนสุดท้าย

หลังจากที่ร้องเพลงจบ อากิพียืนขึ้นแล้วพูดว่า “เดี๋ยวก่อน!” เขาเริ่มถามคำถาม “ฉันจำได้ว่าเขาพูดอะไรบางอย่าง แต่เพราะฉันกังวลมากเกินไปเลยจำไม่ได้จริงๆว่าเขาพูดอะไร”

เพียงแค่ 3 วันหลังจากการออดิชั่น เธอได้ไปโตเกียวกับ ‘โอยะ มาซานะ’ เพื่อเข้าร่วมรายการ AKB 0ji 59fun

“ฉันกังวลมากตอนไปโตเกียว ฉันไม่เคยนั่งชินคันเซนมาก่อนเลย *หัวเราะ* แต่ฉันรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะพูดคุยกับมาซานะ จริงๆแล้วเธอคิดว่าฉันอายุมากกว่าเธอซะอีก” หลังจากนั้นทำให้เธอสามารถพูดคุยกับโอยะได้ทุกเรื่อง

ฉันไม่รู้ว่า ‘เซนเตอร์’ หมายความว่าอย่างไร
ไม่นานหลังจากการฝึกได้เริ่มขึ้น จูรินะถูกเลือกให้เป็นเซนเตอร์

“มันเหมือนกับ ฉันจะต้องพยายามในตำแหน่งที่ได้รับ ไม่ได้ตระหนักว่าเซนเตอร์จะต้องเป็นยังไง *หัวเราะ*”

เธอยังได้รับเลือกให้เป็นเซนเตอร์ของซังเกิ้ล AKB ‘Oogoe Diamond’
“สต๊าฟมาบอกว่าฉันต้องไปทำงานกับ AKB หลังจากออดิชั่น ฉันกลัวอยู่ลึกๆ เมมเบอร์ของ AKB ทุกคนต่างได้รับการฝึกเต้นมาแล้ว แต่ฉันไม่เลย”

เห็นได้ชัดว่า ไม่มีทางที่เธอจำเต้นได้ดีในครั้งแรก เมื่อทุกคนเต้นด้วยกัน เธอเต้นไปผิดทาง ในตอนนั้น “มาริโกะซามะ เต้นให้ฉันดูจากด้านหลัง เหมือนกับเธอบอกว่า ‘ไม่ ไม่ใช่ทางนั้น มานี่สิ’ ฉันไม่เคยลืมความรู้สึกในตอนนั้นเลยจริงๆ” ความรู้สึกกังวลที่ต้องไปโดเกียวผ่อนคลายลง “ก่อนการซ้อม ฉันคิดว่ามันต้องลำบากเพราะพวกเค้าต่างก็โตกว่าฉันทั้งนั้น แต่มันอาจจะกว่าก็ได้”

มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น เมื่อเมมเบอร์ AKB ยอมรับในตัวของเซนเตอร์เด็กประถมคนนี้ หลังจากถามมาหลายครั้ง จูรินะบอกว่า “ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้คนอื่นๆ จึงคอยซ้อมในช่วงพักเที่ยงเสมอ คิดว่าเมมเบอร์คงมาเห็น มาริโกะซามะยื่นกล่องอาหารเที่ยงมาให้ฉันและพูดว่า ‘กินสิ ไม่ต้องคิดมาก’ นอกจากนั้นในตอนที่ฉันยังแต่งหน้าไม่เป็น มาริโกะซามะบอกสต๊าฟให้มาทำให้ฉันดูครั้งแรก เธอคอยดูแลฉันเสมอมา *หัวเราะ* แล้วก็ยังเป็นคนที่ช่วยฉันคิดลายเซ็นด้วยค่ะ”

การยอมรับทั้งใน AKB และ SKE

เรื่องราวอันโด่งดังของจูรินะเรื่องหนึ่งคือ ‘เด็กประถมที่ได้เป็นเซนเตอร์ใน AKB’
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เมมเบอร์ SKE จะรู้สึกยังไงกับจูรินะ?
จูรินะคิดไว้ว่า “จริงๆแล้ว ฉันคิดว่า AKB ซังยอมรับฉันเป็นที่แรก ฉันเดาว่า SKE เมมเบอร์คนอื่นๆก็อยากที่จะได้มีโอกาสเข้ามาเป็นเซนบัสสึ AKB แต่มีเพียงแค่ฉันเท่านั้น…พวกเขาไม่ได้พูดกันตรงๆ แต่ฉันรู้สึกแบบนี้”
“ฉันพยายามที่จะร้องไห้กับคุณแม่เท่านั้น”

แต่หลังจากสเตจ ‘Party ga Hajimaruyo’ จูรินะก็ยังได้เป็นเซนเตอร์ในสเตจ ‘Te o Tsunaginagara’ ออริจินัลสเตจแรกของ SKE ตลอดเวลา ผ่านประสบการณ์มากมาย เธอรู้สึกว่าความรู้สึกของทีมเริ่มเปลี่ยนแปลง “ไม่นานมานี้ หลังจากที่สเตจที่ 2 เริ่มขึ้น มีเมมเบอร์คนนึงพูดว่า ‘ฉันดีใจนะที่เธอได้เป็นเซนเตอร์’ ฉันร้องไห้ออกมา เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอะไรแบบนี้ ฉันจึงมีความสุขมาก” นี่เป็นช่วงที่เมมเบอร์ยอมรับในตัวจูรินะ

การต่อสู้กับแอนตี้แฟนและการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก

เหล่าเมมเบอร์ยอมรับในตัวจูรินะ แต่เรื่องทั้งหมดยังไม่จบ เหล่าแอนตี้ไม่ได้คิดแบบนั้น…

“ฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลงในจุดนี้ แต่ในทุกครั้งที่พวกเขาพูดทำให้ฉันเจ็บปวด…ฉันก็เป็นคนประเภทนี้ ฉันแคร์คำพูดเหล่านั้น แต่ไม่ได้แสดงมันออกมา…แต่ฉันยังอยากที่จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจด้วยเพลงของฉันด้วยการแสดงของฉัน ฉันจดจำความรู้สึกเวลาที่แสดงเพลง Oogoe Daimond ได้ทุกครั้ง” คิดว่า 2 ปีหลังจากนั้น เมื่อได้กลับมาดู MV เพลง Oogoe Diamond น้ำตามันก็ไหลออกมา ฉันจำความรู้สึกที่มันยากลำบากในตอนนั้นได้ ฉันไม่มีคนอื่นเลยให้แสดงความรู้สึกเลยนอกจากคุณแม่ของฉัน *หัวเราะ*

การเลือกตั้งทั่วไปแสดงให้เห็นถึงเสียงของแฟนๆโดยแท้จริงๆ และบางครั้งรวมถึงการที่จะต้องสู้กับเหล่าแอนตี้แฟนด้วย 1 ปีหลังจากที่เดบิ้วท์ ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก จูรินะได้อันดับที่ 19
“ฉันคิดว่าคงไม่น่าติดใน 22 อันดับแรกด้วยซ้ำ เพราะงั้นแล้วจึงดีใจมากๆเลยค่ะ”
ในตอนนั้น จูรินะไม่ได้ตระหนักถึงคนหลายคนที่เดินตามเธอมาด้านหลัง

ใครคือ TOP ของนาโกย่า?

มัตสึอิ เรนะ ได้อันดับที่ 29 ในการเลือกตั้งครั้งแรก ‘พลังของการรวมตัวของ Wmatsui’
เซนเตอร์คือจูรินะ แต่เรนะเองก็ก้าวตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 จูรินะได้อันดับที่ 10 และเรนะได้อันดับที่ 11
“ฉันพูดเสมอว่าฉันอยากจะได้อันดับ 10 ไม่ก็สูงกว่านี้ แต่ก็ไม่นึกเลยว่ามันจะแสดงให้เห็นว่ามีคนสนับสนุนฉันมากมายขนาดนี้ ฉันพยายามจะไม่คิดถึงเรนะจัง แต่ก็ไม่เป็นผล *หัวเราะ* หมายถึงว่า ฉันเข้ามาใน AKB48 ก่อนเธอ…” (คนแปล ENG ข้ามบางส่วนไป)

แล้วคิดยังไงกับเรื่องนี้หล่ะ? (เรื่องของจูรินะกับเรนะ)
“มันเหมือนกันว่า เรนะกับฉันไม่ใช่ศัตรูกัน แต่เราสองคนต่างเฝ้ามองอีกคนหนึ่งตามสภาพแวดล้อมรอบๆ สำหรับฉันแล้ว มันเหมือนกับ ‘ทำไมเราต้องถูกเปรียบเทียบกันด้วยนะ?’ มากกว่าที่จะมองว่าเป็นคู่แข่ง เราสองคนเพียงแค่มีนามสกุลที่เหมือนกันเท่านั้นเองค่ะ *หัวเราะ*”

หลังจากมาจิสุกะ 2 แฟนๆกำลังรอเด็กๆรุ่นใหม่ (คนแปล ENG ข้ามส่วนของมาจิ2ไป)
“ฉันเริ่มที่จะคิดแบบนี้ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าจะได้เป็นเซนเตอร์หรือไม่ ฉันอยากที่จะเป็นคนที่สามารถนำ AKB48 ได้ เช่นว่า มีเด็กรุ่นใหม่หลายคนที่เข้ามาเป็น AKB48 เพราะว่าอยากเป็นแบบยูโกะซัง ฉันก็อยากเป็นอีกคนที่ทำให้คนอื่นๆคิดว่า อยากเป็นแบบจูรินะ อยากจะเป็นแบบนั้นให้ได้ค่ะ”

การประกาศควบทีมที่ SSA

“ก่อนวันประกาศ ฉันมีไข้เพราะว่าทำงานหนัก เพราะงั้นตอนอังกอมันค่อนข้างจะยากที่จะยืนทรงตัวอยู่ได้ และเมื่อตอนที่ประกาศฉันไม่นึกเลยว่าจะเป็นฉัน โดยเฉพาะในตอนแรกที่เค้าไม่ได้บอกว่ามันเป็นการควบทีม”
แต่หลังจากที่เมมเบอร์กรูกันเข้าไปหาเธอ เธอก็สามารถยืนขึ้นด้วยตัวเองได้
“ฉันคิดว่านี่แหละ 48Group ฉันพยายามที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น พวกเค้าบอกว่าฉันยังอยู่ SKE48 นะ เลยคิดว่ามันก็อาจจะดีนะ คนอื่นๆดูซีเรียสกันมากแต่ฉันรู้สึกต่างออกมานิดหน่อย ฉันหมายถึงฉันสามารถอยู่ใน SKE48 ได้และได้ทำงานกับ Team K ด้วย”

Performance กับ Team K

“แฟนๆหลายคนกังวลเรื่องสุขภาพของฉัน รู้สึกขอบคุณจริงๆค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันอาจจะทำให้ฉันแข็งแรงขึ้นอีกก็ได้”
หลังจากนั้นไม่กี่วัน SKE48 มีคอนเสิร์ตใหญ่ จูรินะจะขึ้นแสดงมั้ย? ไม่มีใครรู้
“SKE48 เองก็มีความทรงจำมากมาย ฉันเลยอยากจะขึ้นแสดงแบบเซอร์ไพรซ์ ฉันจึงขึ้นแสดงเพลงแรก เพลง Kareha no Station ของแรนะจัง ฉันจะร้องไห้ออกมาแต่ก็กลั้นมันไว้ หลายครั้งที่คนมาถามว่าฉันขึ้นแสดงเพลงนี้เพราะฉันยังไม่สามารถเต้นแรงๆได้ แต่จริงๆฉันคิดเรื่องนี้ไว้ก่อนฉันจะป่วยแล้ว”

ในวันที่ 1 มิถุนายน 2012 จูรินะได้ขึ้นแสดงกับทีม K เป็นครั้งแรก
“ฉันเริ่มซ้อม setlist อาทิตย์หลังจากที่มีอาการดีขึ้น ฉันอยากจะขึ้นแสดงให้เร็วๆ เลยคิดว่าฉันสามารถทำได้ถ้าหากฉันได้เริ่มฝึกก่อนที่จะมีคนบอกให้ฉันทำ ก็เลยเริ่มฝึกมัน *หัวเราะ* แล้วฉันก็ไปบอกสต๊าฟว่าฉันพร้อมแล้ว ฉันไม่มั่นใจเลยก่อนจะขึ้นแสดง แต่แฟนๆคอลเรียกชื่อฉัน มันทำให้ฉันร้องไห้ เมมเบอร์เองก็ให้การต้อนรับอย่างดี”

(คนแปล ENG ข้ามส่วนของคอมเม้นอันดับของจูรินะหลังงาน)

“ในทีม K ฉันเป็นผู้ตามคนอื่นๆ ฉันเด็กกว่าพี่ๆและยังใหม่สำหรับ setlist สเตจ RESET ที่คนอื่นๆเคยแสดงอยู่แล้ว หมายถึงว่าฉันเป็นน้องเล็กของทีม S เหมือนกัน แต่ฉันควรนำคนอื่นๆ ในทีม K ฉันแสดงออกมาได้ว่าฉันยังเป็นแค่เด็ก ไม่ใช่แค่ในเธียเตอร์แต่รวมถึงตอนทัวร์คอนด้วย ยูโกะซัง อากิโมโต้ซัง และมิยาซาวะซัง ทั้งสามคนนี้เป็นผู้นำ พวกเขาจะบอกคนอื่นๆหลังจากแสดงหากมีตรงไหนยังไม่ดีหรือต้องปรับ มันเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้คิดถึงคนอื่นๆขณะแสดง ฉันได้ประสบการณ์หลายๆอย่างมา อย่างการรวมตัวพูดคุยกันก่อนแสดง ดังนั้นแล้วฉันจึงพยายามจะนำกลับไปใช้กับ SKE48 ถ้าไม่งั้นการควบทีมก็ไม่มีความหมาย”

อยากจะยืนเป็นเซนเตอร์? หรือ อยากจะเป็นผู้นำ?

1 ในคนสำคัญของบทต่อไปของ AKB48 อยากจะเป็นแบบไหน? อยากจะยืนเป็นเซนเตอร์?
“แน่นอน แต่มันต่างกับ Oogoe Diamond เพราะยังมีเมมเบอร์อย่างพารูรุหรือมายุซัง ตอนนี้ยูโกะซังก็ยังอยู่ด้วย ฉันรู้สึกว่ามายุซัง พารูรุและฉันควรที่จะผลักดันกรุ๊ป ฉันไม่คิดว่ามันเหมือนกับการเป็นเซนเตอร์และนำ AKB48 จริงๆแล้วฉันอยากเป็นคนที่ผลักดันวง”
ไม่เพียงแต่ AKB48 เท่านั้น SKE48 ยังสำคัญต่อจูรินะด้วย
“ยังมีหลายคนที่คิดว่า SKE48 เป็นวงของ AKB48 สาขานาโกย่า ฉันอยากจะลบภาพนั้นออกไป อยากจะให้ทุกคนเห็นภาพของ SKE48 ทั้ง AKB48 ที่มีสเน่ห์ของวงเอง และ SKE48 เองก็มีสเน่ห์ในอีกแบบนึง ฉันอยากจะทำงานใน AKB48 ต่อไปและอยากทำให้ SKE48 แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ด้วย ไม่ใช่แค่ Performance แต่เป็นภาพลักษณ์ที่คนอื่นๆพูดถึงโดนเฉพาะเมื่อออกรายการ TV มันจะทำให้คนอื่นๆรู้จักเรามากขึ้น”

 

เป้าหมายในอนาคตเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ จูรินะทำงานทั้งในส่วนของ AKB48 และ SKE48

บางทีในประตูสำหรับอนาคตอันใกล้นี้กำลังจะเปิดรอรับเธออยู่


English Translated and edited : Hana & crazykuroneko & harmoniousdistortion @ juurina.tumblr
Thai Translation : blezzing @ JYURITALE

Posted in All Posts, Interview, Thai Translation.

Leave a Reply

Your email address will not be published.