(TH) [Interview] 2014 General Election Guide Book Interview

“ฉันต้องการคู่แข่งเพื่อที่จะเติบโตขึ้นไปอีก”

ในการเลือกตั้งปี 2013 มัตสึอิ จูรินะ สามารถเข้าไปเป็นหนึ่งใน ‘คามิ7’ ได้ หลังจากนั้นเธอก็ชนะการแข่งขันเป่ายิงฉุบประจำปี เป้าหมายต่อไปที่สายตาของเธอกำลังเล็งอยู่สามารถที่จะเป็นได้แค่สิ่งนั้น ในบทสัมภาษณ์ เธอได้วิเคราะห์ตัวเธอเองด้วยความใจเย็น แต่ทุกคำที่เอ่ยตอบมาเป็นดั่งไฟที่รุ่มร้อน อะไรคือสาเหตุ….?

หาก พูดถึงปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับ มัตสึอิ จูรินะ สิ่งที่ปรากฎขึ้นมาในหัว แน่นอนเลย การได้รับชัยชนะจากการแข่งขันจังเก้นทัวร์นาเม้น หลังจากการปรากฎตัวในชุดนักเรียนที่แสนไร้เดียงสา เธอได้รับชัยชนะมาด้วยการออกกระดาษทั้งหมด

ไม่มีคำไหนสามารถอธิบายได้มากกว่าคำว่า ‘มือแห่งเทพ’

“ทันที ที่ชนะ ฉันก็เผลอทำหน้าประหลาดออกไปโดยไม่ทันคิดอะไรเลย อ้าปากซะกว้าง (หัวเราะ) ฉันยังอายอยู่เลยค่ะ ไม่สามารถทนดูรูปตัวเองตอนนั้นได้จริงๆ! สำหรับแฟนๆแล้ว จังเก้นทัวร์นาเม้นเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับบางสิ่งบางอย่าง ที่งานจับมือ หลายๆคนบกฉันว่า ‘ยังไม่มีใครเคยได้เป็นเซนเตอร์ทั้งในการแข่งเป่ายิงฉุบและการเลือกตั้งเลย นะ เพราะฉะนั้น จะตั้งเป้าหมายให้เธอเป็ฯคนแรกนะ!’ แต่ในทางกลับกัน ก็มีหลายคนที่บอกว่า ‘ฉันไม่อยากให้การเป็นเซนเตอร์เดี่ยวครั้งแรกของเธอมาจากการแข่งจังเก้นเลย’ ”

ความ รู้สึกของแฟนๆนี่รุ่มร้อนจัง และพวกเค้าก็เหนียวแน่นกันมาก จากหลักฐานงาน ‘Request Hour’ เมื่อเพลงที่คุณได้ยืนเป็นเซนเตอร์เดี่ยว ‘Suzukake~’ ถูกโหวตขึ้นเป็นอันดับที่ 2

“ฉันเซอร์ไพรส์จริงๆค่ะ คิดว่าถ้าติดอันดับ Top 10 ได้ก็มีความสุขแล้ว แต่นี่ได้ที่ 2 เลย ระหว่างที่ร้องเพลง จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง ฉันรู้สึกเหมือนกันว่าก็มีคนมากมายเหมือนกันที่รับรู้ถึงการแข่งขันจังเก้น นี้ ในตอนนั้น ฉันมีปัญาหาเรื่องตาด้วย จึงต้องใส่ผ้าปิดตาหรือว่าใส่แว่นแทน ก็เลยมีแฟนๆที่ชอบ ‘สาวแว่น’ เริ่มเข้าหาฉันที่งานจับมือ (หัวเราะ)”

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในทางความคิดเมื่อได้ยืนอยู่บนตำแหน่ง ‘เซนเตอร์เดี่ยว’

“ดับเบิ้ล เซนเตอร์กับเซนเตอร์เดี่ยวมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ แน่นอน คุณจะต้องดีใจเมื่อได้เป็นเซนเตอร์เดี่ยว แต่ความกดดันมันก็สูงมากเช่นกัน ยอดขายกว่าหลักล้านที่ได้รับติดต่อกันมาตลอด ฉันไม่อยากให้คนอื่นมาพูดว่า ‘มันจะแย่ลงเมื่อจูรินะมาเป็นเซนเตอร์’ ดังนั้นแล้วฉันจึงคอยต่อสู้กับความวิตกกังวลที่เข้ามาอยู่เสมอ”

ได้ มีประสบการณ์ในการเป็นเซนเตอร์เดี่ยวแล้ว จูรินะยังได้ก้าวผ่านสิ่งสำคัญอีกอย่างและเติบโตไปอีกก้าวหนึ่งในวันที่ 8 มีนาคม เธอมีการแสดงสเตจวันเกิดทั้งที่นาโกย่าและโตเกียว นี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 48 กรุ๊ปเลยก็ว่าได้ ในช่วงบ่ายเธอขึ้นแสดงสเตจ Team S ของ SKE48 ที่นาโกย่า และหลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังอากิฮาบาระในโตเกียวและขึ้นแสดงสเตจของ AKB48 Team K โดยมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา

“ฉันค่อนข้างกังวลเนื่องด้วยสภาพร่างกายของฉัน ฉันไม่รู้ว่าจะสามารถทำมันได้ แต่เพราะแฟนๆที่มาคอยต้อนรับฉันอย่างอบอุ่นในสเตจ และเมมเบอร์ SKE ที่มองดูฉันพร้อมบอกว่า ‘มันเป็นเรื่องยากจากที่นี่ไป แต่ว่าขอให้เป็นทริปที่ดีนะ!’ เมื่อไปถึงโตเกียว ทุกๆคนเข้ามาทักทายและพูดว่า ‘เธอเพิ่งมาจากการแสดงที่นาโกย่าใช่มั้ย? มันยากนะ แต่มาพยายามให้ดีที่สุดด้วยกันเถอะ!’ ได้ฟังความรู้สึกของทุกคนมันทำให้ฉันมีความสุขมาก และฉันก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้เป็นคนแรก”

มอง ย้อนกลับไป คุณมาออดิชั่นตอนอายุ 11 แล้วตอนนี้คุณก็อายุ 17 แล้ว “ฉันมีความรู้สึกทั้ง ‘ฉันยังอายุ 17 ?’ ‘แค่ 17 เอง?’ ถึงแม้ว่าเวลาคุยกับสต๊าฟแล้วจะพวกเค้าจะพูดเหมือนกันฉันอายุมากกว่า 20 ก็เถอะ (หัวเราะ)”

เมื่อคุณอายุมากขึ้น กลุ่มแฟนก็ขยายมากขึ้น จุดสูงสุดของคุณในการเป็นไอดอลยังมาไม่ถึง

“ตอนราวๆอายุ 16 มีแฟนๆใหม่ๆเพิ่มขึ้น ฉันเคยถูกบอกว่า ‘จนถึงตอนนี้เธอก็ยังเด็กมากไป ฉันจึงไม่ได้สนับสนุนเธอ’ และตั้งแต่ฉันอายุ 17 มา ดูเหมือนว่าฐานแฟนของฉันก็ยังเพิ่มขึ้นอยู่ (หัวเราะ) ฉันคิดว่าฉันยังเฟรชอยู่นะ ถึงจะเข้าวงมาแล้วกว่า 6 ปี แต่ฉันก็ยังอายุแค่ 17 นะ! จะไม่ยอมสูญเสียกว่า 6 ปีที่ผ่านมาหรอกนะ แต่ว่านาโกะมิคุจัง (HKT48 ยาบุกิ นาโกะ และ ทานาเบะ มิคุ) เพิ่งจะขึ้นเรียนชั้นมัธยม…ฉันจะแพ้เพราะความน่ารักอะไรแบบนั้นหรอก แต่ว่าจะไม่แพ้ในเรื่องพลังและประสิทธิภาพแน่นอน! ฉันต้องการที่จะเปล่งประกายให้มากกว่านี้เมื่อฉันอายุ 18”

ตลอด 6 ปีในการทำงานและด้วยความที่อายุยังน้อย เธอจึงกลายเป็นอาวุธหลักของ 48 กรุ๊ปในหลายปีที่ผ่านมา ได้นำมาสู่การเลือกตั้งในปีนี้ ปีที่แล้วคุณได้เข้าไปยัง ‘คามิ7’ เป็นครั้งแรก กับความรู้สึกที่กำลังเผชิญอยู่ในการเลือกตั้งปีนี้?

“ปีที่แล้วนั้น ฉันได้รับอันดับที่มหัศจรรย์มาก ด้วยผลลัพธืนั้น ฉันสามารถที่จะก้าวผ่านความยากลำบากมาได้”

‘ชิโนดะ มาริโกะ’ ที่ได้อันดับหน้าคุณหนึ่งอันดับในปีที่แล้วได้ทิ้งห่างจากคุณ 15,000 โหวต เรียกได้ว่าผลจากความแตกต่างของความคุ้นเคยกับคนทั่วไปยังมีไม่มาก เพื่อที่จะให้คุณได้ปีนขึ้นไปให้สูงว่านี้ได้ในที่สุด คุณจะต้องทำความคุ้นเคยกับคนให้กว้างเช่นกัน

จูรินะ “เป็นความจริงที่ว่า ฉันยังห่างไกลกับการเข้าถึงคนและทำความคุ้นเคยในระดับนั้น ฉันจึงต้องการเปิดรับสิ่งต่างๆให้กว้างขึ้นและมากขึ้น และยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันอยากจะทำ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโฟกัสในกิจกรรมของ SKE และ AKB ให้มากเท่าที่จะสามารถทำได้ แทนที่การสร้างชื่อของฉันให้เป็นที่รู้จักเพียงแค่คนเดียว ฉันจัดวางลำดับความสำคัญในสิ่งที่จะทำ ไม่ว่าทั้งเพื่อ ‘ผลประโยชน์ของ SKE’ หรือ ‘ผลประโยชน์ของ AKB’ เพราะฉันต้องการที่จะเติบขึ้นกว่านี้ใน 48 กรุ๊ป… และฉันจะดีใจมากๆถ้าสิ่งนั้นมันส่งผลกลับมาหาฉันในซักวันหนึ่ง และจะดีใจกว่านี้หากว่าฉันสามารถที่จะเปล่งประกายขึ้นกว่าเดิมเมื่อฉันอายุ ครบ 18 นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด”

สำหรับซิงเกิ้ลล่าสุด ‘Labrador Retriever’ คุณไม่ได้เป็นเซนเตอร์

“ฉันดีใจมากค่ะ มันเหลือเชื่อมากที่ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 3 คนในแถวหน้าสุด แต่ก็ผิดหวังเมื่อคิดว่ามันยังมีตำแหน่งที่สูงกว่านี้อีกที่ฉันอยากจะเป็น แต่หลังจากได้ฟังเพลงแล้ว ฉันก็พอใจ และคิดว่าฉันคงผิดหวังมากกว่านี้ในเรื่องโพซิชั่นการเต้นหากว่าฉันผ่าน เข้าไปเป็นเซนเตอร์”

ความผิดหวังคุณเก็บมันไว้ภายในไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้าในปีที่ผ่านมานี้ สิ่งดีๆแค่อาจจะเก็บไว้รอคุณอยู่ ฉันเชื่อว่าคุณจะส่องประกายยิ่งกว่านี้ถ้าหากคุณลองเปลี่ยนความเลือดร้อนให้ กลายมาเป็นพลัง มันไม่น่าสนใจเลยหากคุณยอมแพ้และไม่ตั้งเป้าหมายของคุณให้สูงขึ้นไปอีกในตอน นี้

การมาของ ยามาโมโตะ ซายากะ เหมือนจะเป็นแรงจูงใจให้ทำ ทั้งคุณและเขาเป็น Ace ของวงน้องทั้งคู่ และตอนนี้คุณทั้งสองก็ยืนอยู่บนสเตจเดียวกันใน Team K จะเรียกว่าเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งได้มั้ย?

“เมื่อ ฉันพบว่าเราทั้งคู่ต่างอยู่ใน Team K ฉันก็มุ่งมั่นไปยังข้างหน้าในขณะที่ฉันมีไฟอยู่ จนล่าสุดคู่แข่งที่ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อไม่ให้แพ้มาตลอดคือยูโกะซังที่ เป็นรุ่นพี่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกถึงความต้องการที่ไม่อยากจะแพ้รุ่นน้อง เมื่อตระหนักได้ดังนั้น มันจะไม่ใช่แค่การทำเต็มที่เพียง 100% แต่จะทำให้เกินกว่า 120% เลยค่ะ”

ใน งาน AKB’s Request Hour มันมหัศจรรย์มากเมื่อพวกเราได้เต้นด้วยกันในฐานะ Team K ก่อนการแสดง ซายาเน่และฉันค่อนข้างนิ่ง แต่เมื่อเราก้าวขึ้นไปบนเวที พวกเราต่างเต้นกันราวกับจะบอกว่า ‘เหมือนฉันจะแพ้ให้กับเธอ!’ (หัวเราะ) เนื่องจากตอนนั้นเรากำลังเต้นกันอยู่ จึงมีความรู้สึกแบบนั้น ฉันอยากจะให้แฟนๆได้เห็นพวกเราบนสเตจในเธียเตอร์ เพราะคอนเสิร์ตกับการแสดงเธียเตอร์มันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย ฉันอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากจะบังคับตัวเองให้เติบโต เพราะงั้น ฉันจึงต้องการใครซักคนที่คอยมาทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง”

ตั้งแต่คุณเดบิวท์มา มัตสึอิ เรนะ ที่ยืนตำแหน่งข้างกันมาตลอด ทั้งสองจึงโดนเปรียบเทียบกับอีกคนเสมอ และ 1-2 ปีที่ผ่านมา คุณไม่ได้โฟกัสแต่เพียงคู่แข่งคนอื่นๆหรือคู่แข่งอีกหลายคนกับการปรากฎตัว ของสัตว์ป่าจากตะวันตก (โอซาก้า) ยามาโมโตะ ซายากะ ได้กลายมาเป็นตัวแปรในการเลือกตั้ง จากมุมมองหนึ่งในอนาคตของ AKB48 ตำแหน่งของคุณทั้งคู่จะโดดเด่นออกมาจากส่วนที่คงเหลืออยู่

“แต่ว่าฉันพอใจกับตำแหน่งที่ได้รับในการเลือกตั้งนะคะ แม้ว่าจะตกลงไปจากที่คาดการณ์ไว้หน่อย (ตำแหน่งจากหนังสือ) ที่ 7 แหละ (หัวเราะ) เอ๋~ สต๊าฟคาดเดาไว้ว่าซายาเน่ได้ที่ 1 หรอ?! มันก็โอเคนะ แต่ว่าฉันค่อนข้างโกรธเล็กน้อยหล่ะ (หัวเราะ)”

ถึง จูรินะ การเลือกตั้งนั้นคือสิ่งที่จุดชนวนความรำคาญใจใช่หรือไม่? หรือเป็นกระดานสปริงบอร์ดที่ไว้ให้กระโดดข้ามไปข้างหน้า? ทั้งสองอย่างก็คือสิ่งเดียวกัน

 


ปล. หากมีการแปลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ เราแปลมาจาก eng มีบางส่วนค่อนข้างจะ งงๆ เล็กน้อย อาจจะตีความผิดไปบ้าง และภาษาอาจจะแปลกๆบ้าง ต้องกราบขออภัยจริงๆค่ะ _/\_

 Thai Translation by blezzing

DON’T BRING ANY ARTICLE OUT FROM THIS WEBSITE

Posted in All Posts, Interview, Thai Translation.

Leave a Reply

Your email address will not be published.